LIDO ART CULT X Canyouhearcloud️
- Lido Connect
- 12 มี.ค. 2568
- ยาว 2 นาที
LIDO ART CULT X Canyouhearcloud️ 👀⭐ ค้นหาพื้นที่ใหม่ของความทรงจำไปกับ เก่ง - กีรติ เกตุคำ หรือ Canyouhearcloud️ เจ้าของผลงานบน 7 FRAMES ที่ LIDO CONNECT ผ่านคาแรกเตอร์ “ตาดาว” เอกลักษณ์ที่หลายคนคุ้นเคย!
เมื่อพื้นที่เก็บความทรงจำนั้นมีจำกัด ถึงเวลาที่เราอาจะต้องนั่งทบทวน และตัดสินใจว่าจะเก็บหรือลบความทรงจำไหน ถึงแม้บางทีก็แอบเสียดายมากก็ตาม เหมือนคอนเซปต์ภาพทั้ง 7 FRAMES ที่ย้ายความทรงจำอันมีค่าที่ไม่กล้าทิ้ง จากในพื้นที่ที่ใกล้จะเต็มมาสู่ภาพวาด เสมือนพื้นที่ใหม่ที่สวยงาม และมีความหมายเมื่อได้นึกถึงความทรงจำเหล่านั้น ผ่าน character design สไตล์ pop art กับสีโทนนุ่ม ดูเข้าถึงง่าย แต่สื่อสารชัดเจน ⏳💙

เก่ง - กีรติ เกตุคำ นามปากกา Canyouhearcloud ชื่อ Canyouhearcloud มาจากที่ผมต้องการสร้าง Account ขึ้นมาเพื่อโพสต์งานศิลปะ จริง ๆ แล้วก่อนหน้านี้ไม่มีบัญชี IG เลย ผมเล่นวงดนตรี และก็ทำงานศิลปะไปด้วย แต่ว่าเราโพสต์ลงไปใน account เดียวกันเลย ก็แค่รู้สึกว่าอยากจะสร้าง Account หนึ่งเพื่อแยกออกมาเป็นงานศิลปะล้วน ๆ ครับ ตอนนั้นไม่ได้มีไอเดียอะไร แค่รู้สึกว่าเทรนด์ของการตั้งชื่อไอจีจะเป็นชื่อยาว ๆ หน่อย เราก็แค่คิดตลก ๆ ขึ้นมาเป็นคำ มันก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีความหมาย หรือไม่ค่อยเชื่อมโยงกันด้วยซ้ำ แต่ก็รู้สึกว่าชอบคำนี้ มันเด้งขึ้นมาเองเลย ก็เลยใช้ชื่อ Canyouhearcloud มาตลอด

มาวาดรูปได้ยังไง จุดเริ่มต้นของการวาดรูป
ชอบศิลปะมาตั้งแต่เด็ก เป็นคนวาดรูปมาตั้งแต่เด็ก ตามผนังบ้านก็จะมีรูปที่ผมวาดไว้ ไม่ได้วาดแค่ตามกระดาษทั่วไป มีทั้งเรียนศิลปะ ทั้งพยายามเข้าชมรม หรือว่าไปประกวดอะไร แต่ก็ไม่ได้รางวัลขนาดนั้นครับ แค่รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ตัวเองชอบ ก็เลือกที่จะเรียนศิลปะตั้งแต่ปวช. เลยครับ แล้วก็มาต่อคณะเกี่ยวกับศิลปะที่มหาลัย

แนวคิดการวาดภาพ
จริง ๆ เป็นคนที่ค่อนข้างจริงจังเรื่องของแนวความคิดพวกนี้ มันติดมาจากตอนเรียน คือเวลาเราจะสร้างอะไรขึ้นมาสักอย่างหนึ่ง ต้องมีที่มาที่ไป แล้วเราต้องเข้าใจมันประมาณหนึ่ง เพราะอย่างนั้นทุก ๆ ครั้งที่เราจะวาดอะไร เราอาจจะต้องมองภาพรวมของสิ่ง ๆ นั้นก่อนครับ
Canyouhearcloud สร้างมาเพื่อให้ตัวเองลดความคิดตรงนี้ลง แต่พองานมันเริ่มจริงจังขึ้น แข็งแร็งขึ้น มันก็กลับมาเป็นเรา ที่เราก็พยายาม แล้วก็กลายเป็นคนที่คิดเยอะเหมือนเดิม แต่ว่าออกมาในรูปแบบที่สนุก เพราะว่าก่อนหน้านี้ช่วงที่เรียนอยู่ และเรียนจบ เป็นช่วงที่ทำงานศิลปะจัดแสดงกับเพื่อน ๆ อยู่ ช่วงนั้นจะเน้นเป็นพวก conceptual ศิลปะจัดวาง ซึ่งต้องสามารถบ่งบอกที่มาที่ไปแนวคิดต้องแข็งแรงพอสมควร แล้วผมรู้สึกว่าตอนนั้นเราทำงาน และมันออกมาเครียดเกินไป งานมันดูเครียด ไม่สนุก และก็ดูเหมือนเราเอาข้อมูลมาสร้างงานมากเกินไป ไม่ค่อยมีความคิดใหม่ หรือสร้างสรรค์อะไรใหม่ ๆ ขึ้นมาขนาดนั้น ก็เลยหนีมาทำอะไรที่พอเราเปิดสมุดสเก็ตช์ดู เราจะเห็นตัวการ์ตูนที่เราวาดแบบปล่อยใจหน่อย ก็รู้สึกว่าเอออยากทำอย่างนี้แหละ มันดูสบายดีดูผ่อนคลายขึ้น
แรงบันดาลใจในการสร้างผลงาน
ขึ้นอยู่กับพาร์ตที่เราอยากสื่อสาร ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ที่มีเรื่องของสังคมเยอะ ๆ เราก็จะเอามาจากข่าว ที่เราดู แล้วเรารู้สึกอย่างไรกับเหตุการณ์นั้น ๆ ก็เอาตัวตาดาวเข้าไป เหมือนเป็นคนที่พูดแทนเราอีกทีหนึ่ง แต่ยุคหลัง ๆ ก็จะเริ่มสนใจพวกมีม หรือภาพตลก ๆ ในโลกโซเชียล เพราะเวลาเราเจอ แล้วคิดว่าภาพนี้ตลกดี เราก็เก็บเอาไว้ และเอา movement หรือ element ในภาพนั้นมาต่อยอดในงานอีกที
เทคนิคการสร้างผลงาน
ตอนนี้จะวาด digital art เป็นหลัก ใช้โปรแกรมใน ipad อย่างเดียวเลยครับ procreate, adobe fresco บ้าง แล้วแต่ความจริงจังของงานที่จะใช้
การฝึกฝนหรือพัฒนาต่อยอดมาจนถึงจุดนี้
ช่วงนี้คิดว่าการต่อยอดน่าจะเป็นเรื่องของการทำให้ตัวงาน
เริ่มคิดถึง traditional เก่า ๆ อยากลองเอามาวาดเป็น painting จริง ๆ บ้าง หรือไม่ก็เรื่องของการพัฒนาให้สื่อสารกับคนได้ง่ายขึ้น ซึ่งเราอยากจะใส่อะไรเยอะแยะ แต่มันก็มีวิธีการสื่อสาร วิธีการ export ออกไป ตอนนี้มองเรื่องของประมาณนี้อยู่ครับ พยายามปรับปรุงอยู่ ซึ่งผลงานชุดนี้ก็เป็นชุดที่ปรับปรุงมาแล้วประมาณหนึ่ง กำลังหาทิศทางในการสื่อสารใหม่ ๆ อยู่เหมือนกัน ชุดนี้ก็เป็นหนึ่งในความพยายามที่จะพัฒนาสิ่งนั้นครับ

เล่าคาแรกเตอร์ที่วาด ชื่ออะไร มาจากไหน
เกิดมาช่วงปลาย ๆ ตอนใกล้เรียนจบ คล้าย ๆ จะเป็นความเชื่อ ไม่รู้ว่าของตัวเองหรือของคนอื่นนะ สมมุติเวลาเรามีแฟนแล้วเราวาดรูปแฟน สุดท้ายก็จะเลิกกัน ไม่รู้เคยได้ยินกันหรือเปล่า เหมือนพอมีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น แต่ว่าก็ไม่รู้เพราะอะไร เราก็ยังอยากจะปลดปล่อยความรู้สึกด้วยการวาดรูปเขาอยู่ดี เลยหาวิธีแก้เคล็ดด้วยการวาดเขา แต่เราแปลงคาแรกเตอร์เขา และลดทอนไปเลย เหมือนหาตัวแทน อย่างผู้หญิงคนนั้นมีตาสวย เราก็เน้นแค่ตาอย่างเดียว แล้วก็กลายมาเป็นเจ้าตาดาวตัวแรก ที่เกิดขึ้นมาจากคน ๆ หนึ่งก่อน และพอเวลาผ่านไปก็ไม่มีอะไรแล้วแต่ก็ยังรู้สึกว่า คาแรกเตอร์ที่ใช้ดวงตาแบบนี้ดูเฟรนลี่ ดูเข้าถึงง่ายดี สำหรับผมรู้สึกว่ามันลงตัวในการลดทอนอะไรบางอย่างลงมา แต่ว่าคาแรกเตอร์ยังสื่อสารชัดเจน ก็เลยนำตัวนั้นมาวาดเรื่อย ๆ โดยทุกตัวละครที่เราวาดจะต้องมีดวงตาแบบนี้ตลอด เดิมทีไม่เคยตั้งชื่อให้เลยครับ แต่ด้วยคาแรกเตอร์ดวงตาของเขา ทำให้ทุกคนเรียกต่อกันว่า “ตาดาว” แล้วเหมือนทุกคนเรียกตาดาว โดยไม่ได้นัดหมายด้วย เลยกลายเป็นชื่อตาดาวโดยสมบูรณ์แบบ
นิยามสไตล์ของงาน
ถ้าเป็นอิทธิพลที่ได้รับมา จริง ๆ มาจากพวกงาน pop art ครับ การ์ตูนและสีสันที่สดใส แต่ว่าถ้าเป็นในยุคที่ใหม่ขึ้นมาหน่อย พวก digital art หรือว่า illustration ก็จะมีอิทธิพลเยอะ เพราะว่าผมไม่ค่อยได้สร้างงานที่เป็น traditional บนเฟรมอะไรแบบนั้นแล้ว ส่วนใหญ่ตอนนี้แทบ 100% คือสร้างงานผ่าน digital art ครับ ตามโปรแกรมต่าง ๆ พักหลัง ๆ ก็เลยจะหนักไปทาง digital art และก็เรื่องที่เราใช้คาแรกเตอร์อยู่ที่ดวงตา ซึ่งเกี่ยวกับพาร์ตของ character design โดยเราจะเอาตัวตาดาว ไปใส่ไว้ในตามคาแรกเตอร์ต่าง ๆ หรือทุก ๆ คาแรกเตอร์ที่เราสร้างมาก็จะมีดวงตาดวงนี้ยึดไว้อยู่เสมอ

เล่าถึงภาพที่นำมาจัดแสดงทั้ง 7 ภาพ ชื่ออะไร ทำไมถึงออกมาเป็นภาพนี้
รูปที่เป็น reference ส่วนใหญ่ จะเป็นเหมือนตอนที่เราพยายามเคลียร์ข้อมูลต่าง ๆ ในไดร์ฟหรือในโทรศัพท์ของเรา แล้วปรากฎว่ามันมีข้อมูลที่ไม่ทราบที่มาที่ไปอะไรบางอย่าง หรือข้อมูลที่เราก็ไม่รู้ว่าเราเก็บไว้ทำไม รวมถึงข้อมูลที่เราตั้งใจจะเก็บไว้เลย กับบางอย่างที่ควรลบ พอได้ไล่ดูไทม์ไลน์ในการจัดเก็บไปเรื่อย ๆ เราก็ค้นพบว่ามันมีเรื่องราวอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ในนั้น แต่ว่าก็ต้องถูกลบออกไป เลยกลายเป็นว่า บางทีก็แอบเสียดายที่ต้องลบรูปนั้น เพราะเราก็อยากเก็บไว้ แต่ด้วยพื้นที่มันจำกัด เราจึงต้องเสียสละสิ่งเหล่านั้นออกไป ซึ่งถ้าเอาสิ่งนี้มาสร้างเป็นงานศิลปะ เหมือนงานที่อาจจะถูกลบแต่กลับได้ไปเกิดใหม่ในอีกที่หนึ่ง เป็นเหมือนกับพื้นที่ใหม่ของความทรงจำที่ถูกสร้างขึ้นมา และก็คิดว่ามันสามารถที่จะเชื่อมโยงกับคนอื่นได้ด้วย เพราะว่าความทรงจำของทุกคนน่าจะมีอะไรที่เชื่อมโยงใกล้เคียงกัน พอเป็นคอนเซปต์ประมาณนี้ รูปแต่ละรูปเลยมาจากสิ่งต่าง ๆ ที่ค้างอยู่ในไดร์ฟ
รูป Win Win (วินมอเตอร์ไซค์) ก็เป็นรูปเพื่อนที่ขับมอไซค์ เป็นแค่เพื่อนขับมอไซค์คนหนึ่ง คนเดียว แต่ผมคิดว่า ถ้าเราวาดคนซ้อนไปอีกสัก 2 - 3 คน ก็น่าจะเชื่อมโยงกับคนอื่นด้วย ซึ่งใคร ๆ ก็น่าจะเคยนั่งวินมอไซค์ น่าจะเคยมีปัญหาอะไรกับวินมอไซค์สักอย่าง ก็เลยออกมาเป็นรูปนี้
รูป Chalawan Kids (จระเข้) ผมเกิดที่สมุทรปราการ ก็เลยมีความผูกพันกับเรื่องของฟาร์มจระเข้ ตอนเด็ก ๆ จึงชอบไปดูมาก แต่พอฟาร์มมีข่าวว่าต้องปิดด้วยพิษโควิด และเศรษฐกิจ ก็เลยค่อนข้างเสียดาย เพราะว่าจริง ๆ แล้วมันเป็นสัญลักษณ์เลยครับ พอมีข่าวว่าเขาเปิด เราก็เลยขอเข้าไปดู มันเลยเหมือนกระตุ้นความทรงจำ ประกอบกับมีรูปอยู่ในโทรศัพท์เราพอดีในวันที่เราไป ก็เออ…ภาพจำมันชัดเจนดี ก็เลยหยิบออกมาครับ
ภาพ From Nowhere No.2 ที่เป็นชิงช้า จริง ๆ ผมอยากให้เชื่อมโยงกับรูป From Nowhere No.1 รูปที่เป็นคนวาด ถ้าสังเกตว่า ผู้ชายที่วาดรูป เขาวาดผู้หญิงคนนั้น ก็จะคล้าย ๆ กับเรื่องที่ผมสร้างเจ้าตาดาวขึ้นมาตัวแรก พอมีเรื่องของคำว่า sweet memories ผมว่าหลาย ๆ คน ถ้าจะจับต้องได้กับความทรงจำก็น่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องของความสัมพันธ์ จึงเป็นไอเดียว่าอยากจะสร้างรูปขึ้นมา ให้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคนสองคน แล้วถ้าสังเกตดูหลาย ๆ รูป จะมีตัวละครอยู่ด้วยกันหลาย ๆ คน แต่ว่ารูปนี้น้องเขาดูเหงา ๆ อย่างรูปนั้นก็ยังมีจระเข้ แต่ว่ารูปชิงช้าเขาอยู่คนเดียว แต่จะสื่อว่าจริง ๆ เขาก็ไม่ได้อยู่คนเดียวเสมอไป ถ้าเขาลองมองดี ๆ ก็จะมีคนที่แคร์เขาอยู่ ก็คือผู้ชายคนนั้นที่วาดรูปผู้หญิงคนนี้

รู้สึกยังไงที่ได้มาร่วมงานกับลิโด้ / ได้รับรางวัลจากทางลิโด้
รู้สึกดีใจมาก ๆ ครับ จริง ๆ เราอยากแสดงที่ลิโด้อยู่แล้ว เพราะว่าลิโด้เป็นพื้นที่ที่ดีอยู่แล้ว และเป็นที่ที่ดูเปิดรับความคิดสร้างสรรค์ครับ แล้วไม่คิดเลยว่าจะได้รับรางวัลจากทางลิโด้ เพราะตอนไปออกบูธที่ bkkif ก็ไม่คาดหวังอะไร แค่อยากนำเสนองานเฉย ๆ และแค่มีคนชอบก็ดีใจมาก ๆ แต่พอได้รางวัลก็ยังแบบเอ๊ะ เขาส่งผิดหรือเปล่าอยู่เลยครับ แต่ก็ดีใจมาก ๆ ครับ
ฝากผลงาน
สามารถมาชม 7 FRAMES และติดตาม Canyouhearcloud ได้ทั้งช่องทาง facebook, instagram รวมถึงเร็ว ๆ นี้จะมีนิทรรศการจัดที่โซน MUN MUN ซีคอนศรีนครินทร์ ในช่วงประมาณเดือนพฤษภาคมครับ




ความคิดเห็น