สถานะข้ออ้างสำหรับคนยัง “เลือกไม่ได้” หรือ “ไม่อยากเลือก”
- Nicha Boonim
- 17 ส.ค.
- ยาว 1 นาที
👤: ต้องคุยนานแค่ไหนถึงจะได้คบเป็นแฟน
👤: เป็นคนคุย หึงได้ไหม
👤: คุยทีละหลายคน ผิดไหม
👤: เป็นคนคุยเปิดตัวได้ไหม
👤: เลิกคุยกันเรียกอกหักได้ไหม
👤: คุยกันอยู่ดี ๆ หายไปเฉยเลย
👤: ตกลงเป็นคนคุยกันแล้ว แต่แอบไปคุยกับคนอื่นเรียกนอกใจไหม
คำถามมากมายเกี่ยวกับสถานะเจ้าปัญหา . . . จริง ๆ แล้ว “สถานะคนคุย” คืออะไรกันแน่ 🤓⁉️
ชวนถกประเด็นสถานะข้ออ้างสำหรับคนยัง “เลือกไม่ได้” หรือ “ไม่อยากเลือก”

สถานะที่ยากเกินกว่าจะอธิบายถึงขอบเขตความสัมพันธ์ที่ชัดเจนได้ เพราะความคลุมเครือที่อยู่ระหว่าง “คนรู้จัก” 👥 กับ “แฟน” 👩🏻❤️💋👨🏻 จนไม่รู้ว่าเรามีสิทธิ์อะไรบ้างในความสัมพันธ์ ทำให้คนที่ตกอยู่ในสถานะนี้เกิดอาการกล้า ๆ กลัว ๆ ที่จะแสดงความรู้สึกกับอีกฝ่ายออกไป 👩🦯➡️👩🦯➡️
ต้องมอบรางวัล 🏆ให้วัยรุ่นยุคนี้ที่สร้างสถานะแห่งความซับซ้อนขึ้นมาอย่าง “คนคุย” ที่มีเพื่อให้คน 2 คนได้ศึกษาอุปนิสัยของอีกฝ่าย ทำความรู้จักเชิงโรแมนติกเพื่อพัฒนาไปเป็น “คนรัก” . . . ใช่หรือเปล่านะ 😙??
ในเมื่อระยะเวลาที่ต้องอยู่ในสถานะนี้ไม่มีแน่นอน บางคนต้องตกอยู่ในสถานะนี้นานซะจนหมดเรื่องให้ทำความรู้จัก แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พัฒนาเป็นคนรักอยู่ดี 💔
ข้อดีของ “สถานะคนคุย” 👍🏻คงเป็นการที่เราไม่ต้องเร่งรีบในการสานสัมพันธ์เชิงโรแมนติกกับใคร เพราะเราไม่รู้เลยว่าตัวตนของคนที่เราจะตกลงอยู่ในสถานะคนรักด้วยนั้นจะเป็นเหมือนคนที่เรารู้จักและชื่นชอบในตอนนี้หรือไม่ 💭👤: หากเวลาผ่านไปเขายังจะเป็นแบบนี้อยู่ไหม
👤: คนที่เรามองว่าถูกใจจะเป็นคนรักที่ดีหรือเปล่า
การที่เราตกลงทดลองทำความรู้จักกันในเชิงโรแมนติกก็อาจจะทำให้เราได้ใช้เวลาร่วมกันให้เห็นการวางตัวและแง่มุมความสัมพันธ์ของอีกฝ่ายได้ดีขึ้น หาสิ่งที่เป็นความเข้ากันของคน 2 คน เพื่อการอยู่ร่วมกันในฐานะคู่รักที่ยาวนาน 🩷♾️
🔍สำหรับหลายคนมองว่าการยก “สถานะคนรัก” ให้ใครสักคนเป็นเรื่องที่ต้องใช้การตัดสินใจอย่างมาก ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะเรียกใครสักคนว่า “แฟน” หรือเปิดใจให้ใครสักคนมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันที่พร้อมใส่ใจดูแล . . . ดังนั้นการใช้เวลาทำความรู้จักกันก่อนจะเลื่อนสถานะจึงไม่ใช่เรื่องที่ทำให้เสียเวลาสำหรับพวกเขา⏳
แต่ในบางกรณี ‼️หลายคนใช้สถานะนี้มาเป็นข้ออ้างให้ตนเองที่ยัง “เลือกไม่ได้” ว่าจะตกลงจริงจังกับใคร และคนแบบที่ “ไม่อยากเลือก” ใครเลยตั้งแต่ตอนเริ่มต้น โดยพวกเขาเลือกพัฒนาความสัมพันธ์ ทำความรู้จักกับคนหลายคนพร้อม ๆ กัน เพราะสถานะนี้มีช่องโหว่มากเกินไปทำให้สถานะที่สร้างมาเพื่อให้เราพัฒนาความสัมพันธ์อย่าง “มีคุณภาพ” กลายเป็น “ขาดประสิทธิภาพ” 🩶🗑️ ทำให้หลายคนเสียเวลาและเสียความรู้สึก เพราะมีคนจำนวนหนึ่งใช้สถานะคนคุยเพื่อทดลองความสัมพันธ์เชิงโรแมนติกไปเรื่อย ๆ ไม่ต้องผูกมัดแบบคนรักจริง ๆ ก็ทำให้ไม่รู้สึกผิดที่จะเปิดโอกาสให้ตัวเอง
เพราะแบบนี้ “สถานะคนคุย” จึงมีความหมายเปลี่ยนไป 🔄 กลายเป็นพื้นที่สำหรับคนที่ไม่พร้อมรับผิดชอบความสัมพันธ์ได้ใช้โอกาสนี้ศึกษาดูใจกันแบบไม่ต้องนิยามสถานะแบบผูกมัด เพราะทั้งคู่ยังไม่ได้เป็นอะไรกันนี่นา . . . ดังนั้นอิสระในการสานสัมพันธ์กับคนอื่น ๆ ก็ยังคงอยู่ 🥳🪅
เกราะป้องกันของคนที่ “เลือกไม่ได้” และ “ไม่อยากเลือก” นี้ ทำให้เราเสียเวลาที่จะได้ชัดเจนทางความสัมพันธ์ สิ่งที่สร้างความเจ็บปวดต่อผู้เข้าร่วมความสัมพันธ์ที่สุด 🙅🏻ไม่ใช่การที่เราเสียเวลาทำความรู้จักกับใครสักคนเพื่อจบความสัมพันธ์ไว้แค่นี้เพราะเข้ากันไม่ได้ แต่เป็นเพราะเขาไม่เคยถูกอีกฝ่ายพิจารณาเพื่อพัฒนาไปอีกขั้นตั้งแต่แรก 🤦🏻⛈️
🔍สิ่งนี้อาจไม่ใช่เรื่องที่ผิดถ้าเราจะศึกษากับคนหลาย ๆ คนพร้อมกัน หากมีการตกลงกับอีกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมา และแสดงเจตนาที่ไม่อยากปิดกั้นโอกาสของตนเองด้วยการผูกมัดอย่างชัดเจนตั้งแต่แรก เพราะปัญหาของ “สถานะคนคุย” ไม่ใช่ความไม่ชัดเจน แต่เป็นเจตนาและความคาดหวังที่ไม่ตรงกันของสองฝ่าย
สรุปง่าย ๆ 🤓☝🏻 . . . ข้อสงสัยด้านบนทั้งหมดเกี่ยวกับสถานะเจ้าปัญหานี้ ไม่ว่าจะเป็น
"หึงได้ไหม"
"คุยหลายคนผิดไหม"
หรือ "หายไปเฉย ๆ ได้หรือเปล่า"
ไม่สามารถหาคำตอบได้จากการกำหนดรูปแบบโดยใครคนใดคนหนึ่ง 👩🏫 เพราะนิยามความสัมพันธ์ของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน จึงต้องผ่านการตกลงเพื่อทำความเข้าใจ สร้างขอบเขตในการแสดงออกเพื่อให้รับทราบความคาดหวังของกันและกัน 👬🏼🩵
จงจำไว้ !! สิ่งที่หลายคนตามหาไม่ใช่สถานะที่ชัดเจน แต่เป็นเจตนาที่ชัดเจนต่างหาก ถึงจะสามารถทำให้เราได้รับประโยชน์จากสถานะนี้อย่างแท้จริง ☘️



ความคิดเห็น